วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

ไม่มีวิญญาณเวียนว่าย (พุทธวจน)


ว่าด้วยสาติภิกษุมีทิฏฐิลามก
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุรูปหนึ่งมาแล้วตรัสว่า
ดูกรภิกษุ เธอจงมา เธอจงเรียกสาติภิกษุ ผู้เกวัฏฏบุตร ตามคำของเราว่า ดูกรท่านสาติ พระศาสดารับสั่งให้หาท่าน
ภิกษุนั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว จึงเข้าไปหาสาติภิกษุ แล้วบอกว่าดูกรท่านสาติ พระศาสดารับสั่งให้หาท่านสาติภิกษุรับคำภิกษุนั้นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับถวายอภิวาทแล้ว จึงนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
ดูกรสาติ ได้ยินว่าเธอมีทิฏฐิอันลามกเห็นปานนี้เกิดขึ้นว่า เราย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า วิญญาณนี้นั่นแหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไป ไม่ใช่อื่น ดังนี้ จริงหรือ?
สาติภิกษุทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงว่า วิญญาณนี้แหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไป ไม่ใช่อื่น ดังนี้ จริง
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
ดูกรสาติ วิญญาณนั้นเป็นอย่างไร?
สาติภิกษุทูลว่า สภาวะที่พูดได้ รับรู้ได้ ย่อมเสวยวิบากของกรรมทั้งหลาย ทั้งส่วนดี ทั้งส่วนชั่วในที่นั้นๆ นั่นเป็นวิญญาณ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรโมฆบุรุษ เธอรู้ธรรมอย่างนี้ที่เราแสดงแก่ใครเล่า ดูกรโมฆบุรุษ วิญญาณอาศัยปัจจัยประชุมกันเกิดขึ้น เรากล่าวแล้วโดยปริยายเป็นอเนกมิใช่หรือ ความ เกิดแห่งวิญญาณ เว้นจากปัจจัย มิได้มี ดูกรโมฆบุรุษ ก็เมื่อเป็นดังนั้น เธอกล่าวตู่เราด้วย ขุดตนเสียด้วย จะประสพบาปมิใช่บุญมากด้วย เพราะทิฏฐิที่ตนถือชั่วแล้ว
ดูกรโมฆบุรุษ ก็ความเห็นนั้นของเธอ จักเป็นไปเพื่อโทษไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ตลอดกาลนาน
(ไทย) มู. ม. ๑๒ / ๓๓๑ / ๔๔๒ คลิกพระสูต
(บาลี) มู. ม. ๑๒ / ๔๗๑ / ๔๔๒ คลิกพระสูต

รายละเอียดเกี่ยวกับ สัตว์ (สัตตานัง) - (พุทธวจน)

รายละเอียดเกี่ยวกับ สัตว์ (สัตตานัง) - (พุทธวจน)


บรรยายธรรมโดย พระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
วัดนาป่าพง ลำลูกกา คลอง ๑๐ ปทุมธานี
ชมรมธรรมปรีดา ๑๔ พ.ค. ๒๕๕๕
ดาวน์โหลด : คลิกที่นี่



สัตว์ คืออะไร? (พุทธวจน)



ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน (เหตุที่เรียกว่า “สัตว์”)
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า สัตว์ สัตว์’ ดังนี้อันว่าสัตว์มีได้ด้วยเหตุเพียงเท่าไรเล่า ?พระเจ้าข้า !”
ราธะ ! ความพอใจอันใด ราคะอันใด นันทิอันใด ตัณหาอันใด มีอยู่ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารทั้งหลาย และในวิญญาณเพราะการติดแล้ว ข้องแล้ว ในสิ่งนั้น ๆเพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ‘สัตว์’ ดังนี้
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น หน้า ๔๒๑
(ไทย) ขนฺธ. สํ. ๑๗ / ๑๙๑ / ๓๖๗ คลิกพระสูต
(บาลี) ขนฺธ. สํ. ๑๗ / ๒๓๒ / ๓๖๗ คลิกพระสูต

วิบากอย่างเบาของหมู่สัตว์ (พุทธวจน)


         ภิกษุ ท. ! ปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์) ที่เสพทั่วแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย  วิบากแห่งปาณาติบาตของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากที่เป็นไปเพื่อ มีอายุสั้น.

        ภิกษุ ท. ! อทินนาทาน (ลักทรัพย์) ที่เสพทั่วแล้วเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อ
กำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย. 
วิบากแห่งอทินนาทานของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือวิบากที่เป็นไปเพื่อ ความเสื่อมแห่งโภคะ.

        ภิกษุ ท. ! กาเมสุมิจฉาจาร (ประพฤติผิดในกาม)ที่เสพทั่วแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก
เป็นไปเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย  วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจารของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือวิบากที่เป็นไปเพื่อ ก่อเวรด้วยศัตรู.


       ภิกษุ ท. ! มุสาวาท (คำเท็จ) ที่เสพทั่วแล้วเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย. วิบากแห่งมุสาวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากที่เป็นไปเพื่อ การถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง.

      ภิกษุ ท. ! ปิสุณวาท (คำยุยงให้แตกกัน) ที่เสพทั่วแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย.วิบากแห่งปิสุณวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากที่เป็นไปเพื่อ การแตกจากมิตร.

      ภิกษุ ท. ! ผรุสวาท (คำหยาบ) ที่เสพทั่วแล้วเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย  วิบากแห่งผรุสวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากที่เป็นไปเพื่อ การได้ฟังเสียงที่ไม่น่าพอใจ.
     ภิกษุ ท. ! สัมผัปปลาวาทิ (คำเพ้อเจ้อ) ที่เสพทั่วแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก
เป็นไปเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย วิบากแห่งผรุสวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากที่เป็นไปเพื่อวาจาที่ไม่มีใครเชื่อถือ.

     ภิกษุ ท. ! การดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย ที่เสพทั่วแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรก เป็นไปเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปเพื่อเปรตวิสัย วิบากแห่งการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย ของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ วิบากที่เป็นไปเพื่อความเป็นบ้า (อุมฺมตฺก).

(ไทย) อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๑๙๒/๑๓๐:คลิกดูพระสูตร
(บาลี) อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐:คลิกดูพระสูตร

ภพภูมิที่บริโภคทานได้ (พุทธวจน)

 
ครั้งนั้นแล ชาณุสโสณีพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า
พระโคดมผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าได้นามว่าเป็นพราหมณ์ ย่อมให้ทาน ย่อมทำความเชื่อว่า ทานนี้ต้องสำเร็จแก่ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้ว ขอญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วจงบริโภคทานนี้
พระโคดมผู้เจริญ ! ทานนั้นย่อมสำเร็จแก่ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วหรือญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วเหล่านั้นย่อมได้บริโภคทานนั้นหรือ?
พราหมณ์ ทานนั้น ย่อมสำเร็จในฐานะ และ ย่อมไม่สำเร็จในอฐานะ
พระโคดมผู้เจริญ ฐานะ เป็นอย่างไรเล่า อฐานะ เป็นอย่างไรเล่า ?
พราหมณ์ ! บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ มีความอยากได้ของผู้อื่น มีจิตปองร้าย มีความเห็นผิด บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงนรก เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในนรกนั้น ย่อมตั้งอยู่ในนรกนั้น ด้วยอาหารของสัตว์นรก.
พราหมณ์ ! ฐานะอันเป็นที่ไม่เข้าไปสำเร็จแห่งทานแก่สัตว์ผู้ตั้งอยู่นี้แล เป็นอฐานะ
พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด บุคคลนั้น เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงกำเนิดเดรัจฉาน เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในกำเนิดเดรัจฉานนั้น ย่อมตั้งอยู่ในกำเนิดเดรัจฉานนั้น ด้วยอาหารของสัตว์เดรัจฉาน.
พราหมณ์ แม้ฐานะอันเป็นที่ไม่เข้าไปสำเร็จแห่งทานแก่สัตว์ผู้ตั้งอยู่นี้แล ก็เป็นอฐานะ.
พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นชอบ บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกมนุษย์ เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในมนุษยโลกนั้น ย่อมตั้งอยู่ในมนุษยโลกนั้น ด้วยอาหารของมนุษย์.
พราหมณ์ ! แม้ฐานะอันเป็นที่ไม่เข้าไปสำเร็จแห่งทานแก่สัตว์ผู้ตั้งอยู่นี้แล ก็เป็นอฐานะ.
พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นชอบ บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในเทวโลกนั้น ย่อมตั้งอยู่ในเทวโลกนั้น ด้วยอาหารของเทวดา.
พราหมณ์ ! แม้ฐานะเป็นที่ไม่เข้าไปสำเร็จแห่งทานแก่สัตว์ผู้ตั้งอยู่นี้แล ก็เป็นอฐานะ.
พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงเปรตวิสัย เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในเปรตวิสัยนั้น ด้วยอาหารของสัตว์ผู้เกิดในเปรตวิสัย หรือว่ามิตร อำมาตย์ หรือญาติสาโลหิตของเขา ย่อมอุทิศทานให้ เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในเปรตวิสัยนั้น ย่อมตั้งอยู่ในเปรตวิสัยนั้น ด้วยทานนั้น.
พราหมณ์ ฐานะอันเป็นที่เข้าไปสำเร็จแห่งทานแก่สัตว์ผู้ตั้งอยู่นี้แล เป็นฐานะ.
ท่านโคดมผู้เจริญ ก็ถ้าญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วนั้น ไม่เข้าถึงฐานะนั้น ใครเล่าจะบริโภคทานนั้น ?
พราหมณ์ ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วแม้เหล่าอื่นของทายกนั้นที่เข้าถึงฐานะนั้น มีอยู่ ญาติสาโลหิตเหล่านั้นย่อมบริโภคทานนั้น.
ท่านโคดมผู้เจริญ ! ก็ถ้าญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วนั้น ไม่เข้าถึงฐานะนั้น และญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วแม้เหล่าอื่นของทายกนั้น ก็ไม่เข้าถึงฐานะนั้น ใครเล่าจะบริโภคทานนั้น ?
พราหมณ์ ฐานะที่จะพึงว่างจากญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วโดยกาลช้านานเช่นนี้
มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้.
พราหมณ์ อีกประการหนึ่ง แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล.
ท่านโคดมผู้เจริญ ! ย่อมตรัสกำหนดแม้ในอฐานะหรือ ?
พราหมณ์ เรากล่าวกำหนดแม้ในอฐานะ
พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด แต่เขายังให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และเครื่องตามประทีป แก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของช้าง แต่เขายังได้ข้าว น้ำ มาลา และเครื่องประดับต่างๆ ในกำเนิดช้างนั้น.
พราหมณ์ ข้อที่บุคคลเป็นผู้ฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด ด้วยกรมนั้น เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของช้าง และข้อที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว ... เครื่องตามประทีป แก่สมณพราหมณ์ ด้วยกรรมนั้น เขาย่อมได้ข้าว น้ำ มาลาและเครื่องประดับต่างๆ ในกำเนิดช้างนั้น.
... ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของม้า ... .
… ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของโค ... .
… ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสุนัข … .
พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นชอบ และเขายังให้ข้าว … เครื่องตามประทีป แก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นเมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของมนุษย์ และเขาย่อมได้เบญจกามคุณอันเป็นของมนุษย์นั้น.
พราหมณ์ ข้อที่บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นชอบ ด้วยกรรมนั้น เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของมนุษย์ และข้อที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว ... เครื่องตามประทีป แก่สมณพราหมณ์ ด้วยกรรมนั้น เขาย่อมได้เบญจกามคุณอันเป็นของมนุษย์นั้น.
พราหมณ์ อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ … มีความเห็นชอบ และเขายังให้ข้าว ... เครื่องตามประทีป แก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา เขาย่อมได้เบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ในเทวโลกนั้น
พราหมณ์ ข้อที่บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นชอบ ด้วยกรรมนั้น เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดา และข้อที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว … เครื่องตามประทีป แก่สมณพราหมณ์ ด้วยกรรมนั้น เขาย่อมได้เบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ในเทวโลกนั้น.
พราหมณ์ (ด้วยเหตุอย่างนี้) แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล.
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีแล้ว
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้อที่แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผลนี้ เป็นของควรเพื่อให้ทานโดยแท้ เป็นของควรเพื่อกระทำศรัทธาโดยแท้
พราหมณ์ ข้อนี้เป็นอย่างนี้ๆ
พราหมณ์ แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล.
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ... ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.
ภพภูมิ หน้า ๑๔๙
(ไทย) ทสก. อํ. ๒๔/๒๔๓/๑๖๖ : คลิกดูพระสูตร
(บาลี) ทสก. อํ. ๒๔/๒๙๐/๑๖๖ : คลิกดูพระสูตร

การฆ่าของทหารเพื่อปกป้องประเทศชาติบาปหรือไม่ (พุทธวจน)

การฆ่าของทหารเพื่อปกป้องประเทศชาติบาปหรือไม่ (พุทธวจน)


สนทนาธรรมค่ำวันเสาร์  9 เม.ย. 54
บรรยายธรรมโดย พระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
วัดนาป่าพง ลำลูกกา คลอง 10 ปทุมธานี
ดาวน์โหลด : mp4mp3






เกี่ยวกับมูลนิธิพุทธโฆษณ์ (เผยแผ่พุทธวจน)


2012-09-10 01:03:38

มูลนิธิพุทธโฆษณ์
เป็นมูลนิธิของพุทธบริษัท ผู้ชัดเจนและมั่นคงในพุทธวจนเริ่มจากชาวพุทธกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสมาฟังธรรมบรรยายจาก “พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล “ ที่เน้นเฉพาะการนำพุทธวจน(ธรรมและวินัยจากพุทธโอษฐ์ที่พระพุทธองค์ทรงยืนยันว่าทรงตรัสไว้ดีแล้วบริบูรณ์หมดจดทั้งเนื้อความและพยัญชนะ) มาใช้ในการถ่ายทอด บอกสอน ซึ่งเป็นรูปแบบการแสดงธรรมที่ตรงตามพุทธบัญญัติตามที่ได้ทรงรับสั่งไว้แก่พระอรหันต์จำนวน ๖๐ รูปแรก ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ในการประกาศพระสัทธรรมและเป็นลักษณะเฉพาะที่ภิกษุในครั้งพุทธกาลใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

หลักพุทธวจนนี้ ได้เข้ามาตอบคำถามต่อความลังเลสงสัย ความพร่าเลือนสับสน ในหลักธรรมคำสอนหลักปฏิบัติต่างๆที่มีอยู่ในสังคมชาวพุทธ อันเป็นผลมาจากสาเหตุเดียวคือ “การไม่ใช้คำของพระพุทธเจ้าเป็นตัวตั้งต้นในการศึกษาเล่าเรียนด้วยศรัทธาอย่างไม่หวั่นไหวในความสามารถของพระพุทธองค์ ในฐานะพระศาสดาผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ”

พระอาจารย์คึกฤทธิ์ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า “อาตมาไม่มีคำสอนของตัวเอง” และท่านได้ใช้เวลาที่มีอยู่ไปกับการรับสนองพุทธประสงค์โดยการโฆษณาพุทธวจนให้เผยแผ่ออกไปสู่สาธารณ เพื่อให้เกิดการกลับมาใช้หลักพุทธวจนเหมือนเมื่อครั้งที่เคยเป็นในพุทธกาล สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความชัดเจน สอดคล้อง ลงตัวในความรู้ความเข้าใจ ไม่ว่าในแง่ของหลักธรรม ตลอดจนมรรควิธีที่ง่ายและสามารถนำไปใช้ปฏิบัติให้เกิดผล และสามารถประจักษ์ความจริงได้ด้วยตนเองทันที

ด้วยเหตุนี้ชาวพุทธที่เห็นคุณค่าในคำของพระศาสดา จึงได้ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็น “กระแสพุทธวจน” ซึ่งเป็นพลังเงียบที่เรียกได้ว่ากำลังจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่สร้างมิติใหม่ ในการกลับไปใช้ระบบการเรียนรู้พระสัทธรรม เหมือนดังในครั้งพุทธกาลเพราะการขยายตัวของกระแสพุทธวจนนี้

สื่อเผยแผ่ธรรมที่เป็นพุทธวจน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ซีดีฯลฯ ซึ่งแจกฟรีให้แก่พุทธบริษัท เริ่มมีจำนวนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ที่สนใจและเห็นความสำคัญของพุทธวจน ประกอบกับท่านพระอาจารย์คึกฤทธิ์เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติที่พระศาสดาบัญญัติไว้ การเผยแพร่พุทธวจนที่ผ่านมาจึงเป็นไปในลักษณะสันโดษ ตามมีตามได้เมื่อมีโยมมาปวารณาตัวขอเป็นเจ้าภาพในการจัดพิมพ์หนังสือ ซีดี ได้มาจำนวนเท่าไหร่ท่านก็ทยอยแจกไปตามที่มีเท่านั้น เมื่อมีมาอีก ก็แจกไปอีก เมื่อหมด ก็คือหมดเพราะท่านเห็นว่า หน้าที่ในการดำรงพระสัทธรรมให้ตั้งมั่นและสืบไปนั้น ไม่ได้ผูกจำกัดอยู่แต่เพียงเฉพาะพุทธบริษัทที่เป็นภิกษุเท่านั้น

ดังนั้นจึงเกิดการรวมตัวกันของฆราวาสเพื่อช่วยขยายผลในสิ่งที่พระอาจารย์คึกฤทธิ์ได้กระทำอยู่แล้วในเวลานั้น คือการนำพุทธวจน ซึ่งเป็นพระสัทธรรมที่องค์พระศาสดาได้ตรัสรู้มาเผยแพร่โฆษณาออกไปสู่สาธารณอย่างเป็นระบบโดยพิจารณาตัดสินใจจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้การดำเนินการต่างๆทั้งหมด อยู่ในรูปแบบที่โปร่งใส เปิดเผยและเปิดกว้างต่อสาธารณะชนชาวพุทธทั่วไป
คำขวัญมูลนิธิฯ มูลนิธิพุทธโฆษณ์มูลนิธิของพุทธบริษัทผู้ชัดเจนและมั่นคงในพุทธวจน

1.วิสัยทัศน์ รวบรวม-เผยแผ่-ทรงไว้ซึ่งพุทธวจน, ธรรมวินัย จากพุทธโอษฐ์
2.พันธกิจ
- สร้างความเข้าใจความชัดเจนเกี่ยวกับพุทธวจนให้สังคมทั่วไปได้รับทราบอย่างถูกต้องและครบถ้วน
- สร้างความมั่นคงและสืบต่อพุทธวจนโดยการเผยแผ่ผ่านสื่อต่างๆ ที่เหมาะสม
- สนับสนุนการปฏิบัติตามแนวพุทธวจนโดยการสร้าง, ใช้สถานที่ และ/หรือบุคลากรที่มีอยู่เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างถูกต้อง
- จัดโครงการปฏิบัติธรรมตามแนวพุทธวจนให้เป็นที่แพร่หลายออกไปสู่สาธารณะ
- สร้างความเข้มแข็งและขยายเครือข่ายพุทธวจนสถาบัน
- ประสานความร่วมมือกับวัด หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการมีส่วนสนับสนุนและเผยแผ่พุทธวจนอย่างถูกต้อง
- นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่วัดนาป่าพงเพื่อนำไปใช้ในการเผยแผ่พุทธวจนต่อไป

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิพุทธโฆษณ์
1.เพื่อเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าและทำประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา
2.การ ดำเนินการและการทำทุกอย่างตามวัตถุประสงค์จะยึดถือตามแนวทางแห่งพระธรรมและ วินัย ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติจากพระโอษฐ์ของพระองค์เป็นหลัก
3.เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆที่มีวัตถุประสงค์ที่คล้ายคลึงกันเพื่อสาธารณประโยชน์
4.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
ทั้งนี้ไม่ดำเนินการใดๆเกี่ยวกับการพนัน การหาผลกำไรมาแบ่งปันกันตลอดจนไม่ทำให้เสื่อมเสียศีลธรรม จารีตประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

กรรมทางใจมีผลมากที่สุด คืออย่างไร? (พุทธวจน)



กรรมทางใจมีผลมากที่สุด คืออย่างไร? (พุทธวจน)



ภิกษุทั้งหลาย ! ถ้าบุคคลย่อมคิดถึงสิ่งใดอยู่ (เจเตติ) ย่อมดำริถึงสิ่งใดอยู่ (ปกปฺเปติ) และ ย่อมมีจิตฝังลงไปในสิ่งใดอยู่ (อนุเสติ)  สิ่งนั้นย่อมเป็นอารมณ์เพื่อการตั้งอยู่แห่งวิญญาณ.
เมื่ออารมณ์มีอยู่ความตั้งขึ้นเฉพาะแห่งวิญญาณ  ย่อมมี;
เมื่อวิญญาณนั้น  ตั้งขึ้นเฉพาะ  เจริญงอกงามแล้ว ความเกิดขึ้น  แห่งภพใหม่ต่อไป  ย่อมมี;
เมื่อความเกิดขึ้นแห่งภพใหม่ต่อไปย่อมมีชาติชรามรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสทั้งหลาย  จึงเกิดขึ้นครบถ้วนต่อไป : ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้

พุทธวจน อินทรียสังวร  หน้า ๓๔
(ไทย) นิทาน. สํ. ๑๖/๖๓/๑๔๕. : คลิกดูพระสูตร
(บาลี) นิทาน. สํ. ๑๖/๗๘/๑๔๕. : คลิกดูพระสูตร


ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวซึ่งเจตนาว่าเป็นกรรม เพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว 

ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วยกายด้วยวาจา ด้วยใจ ...


ภิกษุทั้งหลาย เหตุเกิด (นิทานสัมภวะ) แห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย เหตุเกิดแห่งกรรมทั้งหลาย คือ ผัสสะ.

ภิกษุทั้งหลาย ความมีประมาณต่างๆ (เวมัตตตา) แห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ?


ภิกษุทั้งหลาย

กรรมที่ทำให้สัตว์เสวยเวทนาในนรก มีอยู่,

กรรมที่ทำให้สัตว์เสวยเวทนาในกำเนิดเดรัจฉาน มีอยู่,

กรรมที่ทำสัตว์ให้เสวยเวทนาในเปรตวิสัย มีอยู่,

กรรมที่ทำสัตว์เสวยเวทนาในมนุษยโลก มีอยู่,

กรรมที่ทำสัตว์เสวยเวทนาในเทวโลก มีอยู่...

ปฐมธรรม  หน้า ๑๑๔

(ไทย) ฉกฺก. อํ.  ๒๒/๓๖๕/๓๓๔ : คลิกดูพระสูตร

(บาลี) ฉกฺก. อํ.  ๒๒/๔๕๘/๓๓๔ : คลิกดูพระสูตร



การรับประเคนที่ใช้ได้ และไม่ได้ (พุทธวจน)


บรรยายธรรมโดย พระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล 
วัดนาป่าพง ลำลูกกา คลอง ๑๐ ปทุมธานี
ยุวพุทธิกสมาคม 10 ก.ค. 54
ดาวน์โหลด : คลิกที่นี่


การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ 
[๑๑๗๓] อุ. การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้นี้มี ๕ อย่าง.

๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย
๒. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย
๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกายไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๕. ของเขาให้ด้วยโยนให้ไม่รับประเคนด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย
ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ มี ๕ อย่าง นี้แล.
             
การรับประเคนที่ใช้ได้
ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ได้นี้ มี ๕ อย่าง.
๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:
๑. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย
๒. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย
๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย
๕. ของเขาให้ด้วยโยนให้ รับประเคนด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย
ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ได้ ๕ อย่าง นี้แล.

พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร
 (ไทย) ปริวาร.ริ ๘/๔๒๓/๕๑๗/๑๑๗๓ : คลิกดูพระสูตร
(ไทย) ปริวาร.ริ ๘/๔๕๙/๕๑๗/๑๑๗๓ : คลิกดูพระสูตร